Monthly Archives: November 2015

ประกันภัยรถยนต์เป็นสิ่งที่ตามกฎหมาย

ประกันภัยรถยนต์เป็นสิ่งที่ตามกฎหมายแล้วผู้ที่เป็นเจ้าของรถยนต์ทุกคันทุกประเภทนั้นจะต้องจัดทำให้กับรถยนต์คันนั้นๆของตนเอง แต่ในทางปฏิบัตินั้นก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่ารถยนต์ทุกคันมีการจัดทำประกันภัยรถยนต์ครบถ้วนหรือไม่อย่างไร โดยเฉพาะการซื้อขายรถยนต์มือสองจากแหล่งต่างๆซึ่งเราอาจจะไม่สามารถรู้ได้ว่ายังมีระยะเวลาประกันภัยรถยนต์หลงเหลือจากเจ้าของคนที่แล้วหรือไม่ มากน้อยเพียงไร เพราะเจ้าของรถยนต์มือสองที่นำมาขายต่อผ่านคนกลางเช่นเต็นท์รถมือสอง หรือพ่อค้าคนกลางคนอื่นๆอาจจะไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้เมื่อตอนที่ติดต่อเสนอขายรถยนต์มือสอง โดยหากไม่ได้มีการแจ้งเกี่ยวกับการประกันภัยรถยนต์อย่างชัดก็อาจจะเป็นไปได้ว่ายังไม่ได้มีการต่อสัญญาประกันภัยรถยนต์ที่มีผลให้ความคุ้มครองในปีนั้นๆก็เป็นได้ ซึ่งนั่นอาจจะมีความหมายรวมถึงยังไม่ได้มีการชำระภาษีรถยนต์ประจำปีของรถยนต์คันนั้นอีกด้วย ดังนั้นการซื้อ-ขายรถยนต์มือสองนั้นควรที่จะเป็นไปอย่างระมัดระวังอย่างมากเพื่อให้การซื้อ-ขายรถยนต์มือสองนั้นๆไม่มีปัญหาต่างๆตามมาในภายหลังซึ่งอาจจะกลายเป็นสิ่งที่สร้างความยุ่งยากให้แก่ชีวิตเป็นอย่างมากได้ ยิ่งถ้าหากไม่สามารถตามหาเจ้าของรถยนต์คันเก่ากลับมารับผิดชอบปัญหาต่างๆที่เขาผลักความรับผิดชอบออกจากตัวแล้ว เราผู้ที่เป็นเจ้าของรถยนต์คนปัจจุบันอาจจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมดแทน หากเป็นอย่างนั้นจริง ท่านอาจจะเสียทั้งความรู้สึก เสียเงินรับผิดชอบกับปัญหาที่ตนเองไม่ได้ก่อขึ้น และที่แย่ที่สุดท่านอาจจะเสียชื่อเสียงที่สะสมมาเป็นเวลานานได้ภายในชั่วขณะหนึ่งอีกด้วย

ประกันภัยรถยนต์นั้นมีความสำคัญทั้งในทางกฎหมายและความปลอดภัยหลังเกิดอุบัติภัยทางรถยนต์อีกด้วย เพราะการประกันภัยรถยนต์นั้นคือการจ่ายเงินชดเชยค่าเสียหายทีเกิดขึ้นโดยมุ่งเน้นที่ค่ารักษาพยาบาลอาการบาดเจ็บต่างๆที่เกิดขึ้นกับทุกคน ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์อุบัติภัยทางรถยนต์ที่เกิดขึ้นนั้นๆก่อนเป็นอันดับแรก เพื่อให้มั่นใจว่าผู้บาดเจ็บทุกคนนั้นจะได้รับการรักษาพยาบาลตามที่สมควรจะได้รับอย่างดีที่สุด เพื่อให้ลดอัตราการเสียชีวิตลงจากอุบัติภัยทางรถยนต์ต่างๆให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยจำนวนเงินชดเชยความเสียหายต่างๆที่เกิดขึ้นนั้นจะแบ่งออกเป็นสองส่วนใหญ่ๆก็คือความเสียหายที่เกิดขึ้นกับชีวิต ร่างกายและอนามัย กับอีกส่วนหนึ่งก็คือความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สินอื่นๆของผู้ที่ประสบภัยทางรถยนต์ต่างๆ ซึ่งจำนวนเงินชดเชยความเสียหายของทั้งสองส่วนนั้นจะไม่เท่ากันโดยขึ้นอยู่กับชนิดและประเภทของการประกันภัยรถยนต์ที่คุณมีการจัดทำให้กับรถยนต์ของตัวคุณเอง และยิ่งจำนวนเงินทุนชดเชยความเสียหายเพิ่มสูงขึ้น จำนวนเงินที่คุณจะต้องจ่ายเพื่อทำสัญญาประกันภัยก็จะสูงขึ้นเช่นกัน