Monthly Archives: March 2015

กลยุทธ์การลงทุนธุรกิจยามตลาดผันผวน

หากถามถึงการลงทุนในช่วงนี้ หลายคนคงกุมขมับกันเลย เพราะภาวะเศรษฐกิจดูไม่ค่อยเป็นใจ ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจในประเทศที่หลายคนกังวลว่าจะเติบโตได้มากหรือไม่ เพราะยังมีปัจจัยเสี่ยงมากมาย เช่น ภาระหนี้ครัวเรือนที่ยังสูง ภาวะราคาสินค้าเกษตรที่ตกต่ำ ซึ่งส่งผลให้การใช้จ่ายของคนไทยเราลดน้อยลง ขณะที่การใช้จ่ายของรัฐบาลก็ไปได้ช้า เงินที่หวังมากระตุ้นเศรษฐกิจก็ชักไม่แน่ใจ และหากมองไปเศรษฐกิจภายนอกบ้าง ก็เจอรัสเซีย ยูโรท่าทางแย่ จีนหรือญี่ปุ่นเองก็ยังมีปัญหา ส่วนอเมริกาเองแม้จะเริ่มดูดีแต่พอน้ำมันลดลงไปเรื่อยๆก็ชักวางใจไม่ได้ เมื่อภาวะเศรษฐกิจไม่เป็นใจอย่างนี้ กลยุทธ์การลงทุนในยามตลาดผันผวนอย่างนี้จึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ สิ่งสำคัญในการลงทุนยามนี้จึงไม่ใช่การหาผลตอบแทนให้ได้ดีที่สุดเพียงอย่างเดียว หากแต่เป็นการควบคุมความเสี่ยงในเหมาะสมไม่ให้มาทำให้พอร์ตการลงทุนของเราเสียหาย
1.ยึดมั่นกับการลงทุนระยะยาว หัวใจสำคัญที่จะทำให้เรารอดพ้นจากความผันผวนของตลาดในระยะสั้น ก็คือ ตั้งเป้าหมายการลงทุนในระยะยาว และเมื่อเป้าหมายการลงทุนของเราระยะยาว กลยุทธ์การลงทุนก็ควรเป็นกลยุทธ์ระยะยาวด้วย1.ยึดมั่นกับการลงทุนระยะยาว หัวใจสำคัญที่จะทำให้เรารอดพ้นจากความผันผวนของตลาดในระยะสั้น ก็คือ ตั้งเป้าหมายการลงทุนในระยะยาว และเมื่อเป้าหมายการลงทุนของเราระยะยาว กลยุทธ์การลงทุนก็ควรเป็นกลยุทธ์ระยะยาวด้วย
2.เน้น Margin of Safety สูง คือ มีความปลอดภัยในการลงทุนสูง ในภาวะผันผวนเช่นปัจจุบันนี้ upside gain หรือเปอร์เซนต้กำไรมีไม่สูง ไม่คุ้มกับความเสี่ยงที่เราจะขาดทุน (downside risk) กรณีนี้แนะนำให้ถือเงินสดรอจังหวะที่หลักทรัพย์ที่เราสนใจราคาถูกจนอยู่ในระดับที่น่าสนใจ แต่ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่า ให้ซื้อเมื่อหุ้นตก ไม่อยากให้พวกเราเล่นหุ้นขาลง เพราะเรายังไม่เห็นก้นเหว ควรรอให้หุ้นอยู่ในช่วงขาขึ้น ค่อยลงทุนดีกว่า แม้ว่าต้นทุนอาจไม่ได้ต่ำสุด แต่ก็ปลอดภัยและสร้างกำไรได้มากกว่าการซื้อหุ้นขาลง
3.มองวิกฤติ คือ โอกาส หากเราลองมองดูประวัติของคนที่ประสบความสำเร็จในการลงทุนทุกคนเลยก็ได้ จะเห็นแทบทุกคนรวยหุ้นจากการลงทุนในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจทั้งนั้น เพราะคนเรามักจะตอบสนองต่อเหตุการณ์ภายนอกเว่อร์ไปหน่อย เช่น หากเศรษฐกิจมีแนวโน้มดี หุ้นก็จะขึ้นซะอย่างกับว่า GDP จะโตซัก 10% หรือหากเศรษฐกิจมีแนวโน้มไม่ดี หุ้นก็จะตกเหมือนราวกับประเทศไทยจะมีปัญหา ดังนั้นเมื่อเกิดวิกฤติ ราคาหลักทรัพย์ก็จะถูกกว่าที่ควรจะเป็น จึงเป็นโอกาสของดีราคาถูกที่นักลงทุนพื้นฐานหลายคนเฝ้ารออยู่นั่นเอง
4.ศึกษาข้อมูลเลือกหุ้นในดวงใจ  ถ้าจังหวะยังไม่ใช่ ก็ยังไม่ต้องรีบลงทุน การถือเงินสดไว้เพื่อรอจังหวะการลงทุนที่เหมาะสมก็ถือเป็นกลยุทธ์การลงทุนเช่นกัน ช่วงที่รอจังหวะจึงควรเป็นช่วงที่เราใช้เวลาศึกษาหาความรู้การลงทุนหาข้อมูลเลือกหุ้นที่มีพื้นฐานดี มีอัตราการเติบโตสูง พิจารณาราคาที่เหมาะสม จากนั้นก็เผ้ารอ เมื่อราคามาถึงเป้าหมายที่เราเฝ้ารอก็รีบลงทุนทันที
5.กระจายความเสี่ยง เพราะอนาคตไม่แน่นอน เราจึงควรบริหารความเสี่ยง ด้วยการกระจายการลงทุน ทั้งการกระจายความเสี่ยง.
6.แต่แม้ว่าเราจะวางแผนอย่างไร ระดับความรุนแรงของความผันผวนเป็นสิ่งที่คาดการณ์ได้ยาก ดังนั้นเราควรเลือกเน้นลงทุนในหุ้นพื้นฐานดีที่มีความคงทนต่อความผันผวนสูง เช่น หุ้นกิจการขนาดใหญ่ที่เป็นผู้นำตลาด มีฐานะการเงินที่มั่นคงมีความได้เปรียบทางการแข่งขัน เป็นต้น