Monthly Archives: November 2014

ความสำคัญของทิศทางธุรกิจในการลงทุน

พูดถึงคำว่าทิศทางธุรกิจมันอาจจะดูฟังแล้วเครียดไปบ้าง แต่ถ้าผมบอกว่าเราต้องมอง Trend ทางธุรกิจ หลายๆคนก็อาจจะ “อ๋อ”ออกมาทันทีเพราะคำนี้เราพูดกันอยู่บ่อยๆโดยเฉพาะในเรื่องแฟนชั่นว่าเราจะต้อง In-Trend ตลอดเวลา เวลาใครใส่เสื้อเฉยๆก็จะกลายเป็นคน Out-Trend ไป การลงทุนของเราก็เช่นกันครับ เราต้องมองทิศทางของธุรกิจให้ออกว่าธุรกิจหนึ่งๆที่เราเลือกจะศึกษามันมีภาพในปัจจุบันเป็นอย่างไร อนาคตจะเป็นอย่างไร และสิ่งใดที่เราคาดเดากันได้บ้างว่าอนาคตจะเป็นเช่นไรและธุรกิจจะเปลี่ยนแปลงไปในแนวทางไหน ธุรกิจใดจะได้ประโยชน์ การมองทิศทางของธุรกิจขึ้นอยู่กับประสบการณ์แต่ละคนครับ แต่ผมเชื่อว่าธุรกิจบางอย่างเราคลุกคลีอยู่กับมัน ทุกวัน การมองทิศทางก็ไม่ใช่เรื่องที่คาดเดาไม่ได้

เทรนของสินค้าและธุรกิจแต่ละอย่างมีระยะเวลาไม่เท่ากัน

ธุรกิจแต่ละประเภทก็จะมีทิศทางและความเปลี่ยนแปลงตากต่างกันไป รอบของมันใช้ระยะเวลาไม่เท่ากัน การที่คุณเลือกลงทุนกับธุรกิจที่อยู่ในกระแส คุณต้องคิดอยู่เสมอว่า “มันมาจริง มาชั่วคราวหรือมันมาฉาบฉวย? มันจะอยู่นานไหม” เพราะถ้าคุณไม่ได้คิดวิเคราะห์การลงทุนให้ดี คุณก็อาจจะขาดทุนได้อย่างมหาศาลในช่วงเวลาสั้นๆได้เช่นกัน ตัวอย่างที่ผมนึกออกในช่วงไม่นานมานี้ก็คงจะไม่พ้น “ตุ๊กตาเฟอร์บี้” ที่มีกระแสฮิตกันอยู่พักหนึ่งจนทำให้พ่อค้าแม่ค้าหิ้วเข้ามาขายกันเต็มไปหมด แล้วเมื่อกระแสมันหายไปมันก็กลายเป็นถูกนำมาวางโปรโมชั่นลดราคา ซึ่งถ้าคุณเข้าทำธุรกิจและเข้ามาในท้ายตลาดด้วยการลงทุนจัดร้านขนาดใหญ่โตเพื่อรองรับคนมาซื้อตุ๊กตาเฟอร์บี้แล้วล่ะก็ คุณอาจจะต้องติดดอยตุ๊กตาเต็มไปหมดและก็ไม่รู้ว่าต่อไปสินค้านี้จะหายไปจากตลาดอย่างถาวรหรือไม่

ถ้าลองมาดูในการเปลี่ยนแปลงที่ระยะยาวกว่านั้น ตัวอย่างเช่น โทรศัพท์ ถ้าย้อนเวลากลับไปในสมัยที่ยังไม่มีโทรศัพท์มือถือ โทรศัพท์บ้านจะเป็นการสื่อสารที่รวดเร็วกว่าการเขียนจดหมายหรือการใช้โทรเลข เมื่อมีการใช้โทรศัพท์โดยทั่วแทบเรียกได้ว่าเป็นธุรกิจที่ดูเหมือนจะไม่มีวันตายเพราะใครๆก็ใช้ แต่ต่อมีวิวัฒนาการทางเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นทำให้เกิด เพจเจอร์ ที่เป็นจุดเริ่มต้นของลักษณะการสื่อสารที่พกพา และต่อมาก็เปลี่ยนเป็นโทรศัพท์ไร้สายที่สามารถทั้งพกพาได้ทั้งส่งข้อความได้ พฤติกรรมผู้บริโภคก็เปลี่ยนไป สินค้าบางชนิดอย่างโทรศัพท์ก็ถูกกระทบทั้งจำนวนผู้ใช้ ส่งผลทางด้านรายได้แต่ก็ยังถูกใช้อยู่ในปัจจุบัน แต่สินค้าอย่าง เพจเจอร์ ก็หายไปจากตลาดโดยสิ้นเชิงในเวลาต่อมา และในปัจจุบันการติดต่อสื่อสารในส่วนของการใช้โทรศัพท์ไร้สายนั้น พฤติกรรมของผู้บริโภคก็เปลี่ยนไปอีกครั้งจากเดิมที่เราใช้โทรศัพท์เพื่อโทรเข้าออก ส่งข้อความ กลายเป็นการใช้ข้อมูลมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นการส่ง email ผ่าน Internet ที่ติดอยู่กับตัวโทรศัพท์ การใช้ Application ต่างๆเพื่อเป็นตัวผ่านข้อมูลที่ต้องการ สิ่งที่เกิดขึ้นเหล่านี้เราอาจจะเห็นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่ ก็ต้องมองกันต่อไปความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะไปกระทบต่อธุรกิจอื่นๆอย่างไรบ้างและเราในฐานนักลงทุน ความเข้าใจในธุรกิจเป็นเรื่องที่สำคัญมากเพราะมันจะทำให้เราเห็นจุดแข็งจุดอ่อนเพื่อเลือกลงทุนในธุรกิจให้ประสบความสำเร็จได้

มาถึงตรงนี้ในจุดแรกก็อยากจะสรุปว่า เทรนของธุรกิจแต่ละอย่างจะมีระยะเวลาของมันไม่เท่ากัน ส่วนตัวแล้วผมมองเห็นว่าสิ่งที่เป็นพื้นฐานของปัจจัยการบริโภคของมนุษย์จะมีการเปลี่ยนแปลงที่ช้าหน่อย แต่ในลักษณะที่เป็นเทคโนโลยีนั้นจะมีความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว การเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วก็สามารถสร้างความธุรกิจเกิดใหม่ได้พบกับความสำเร็จที่รวดเร็ว แต่มีมันมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นแล้วธุรกิจไม่สามารถปรับตัวตามได้ทัน ในฐานะนักลงทุนก็ต้องตัดสินใจอย่างรวดเร็วว่าจะเดินไปต่อในทางไหน สำหรับผู้ที่ไม่ชอบการเปลี่ยนแปลงก็อาจจะเลือกธุรกิจอย่างๆ ตามปัจจัยพื้นฐานความต้องการของมนุษย์ในการลงทุน อะไรที่อยู่ในวันนี้และคิดว่าอีก 100 ปีจะไม่ได้มีความเปลี่ยนแปลงเท่าไหร่นักในเชิงพฤติกรรมผู้บริโภค คุณก็อาจจะเห็นได้จากธุรกิจทั่วๆไปเลยเช่น อาหาร ที่อยู่อาศัย โรงพยาบาล โรงแรมและการท่องเที่ยว ฯลฯ ซึ่งธุรกิจที่ได้กล่าวมานี้เป็นตัวอย่างของธุรกิจที่กล่าวมานี้จะมีการเปลี่ยนแปลงในมุมของการมีอยู่ของธุรกิจที่ค่อนข้างนาน แต่ในเชิงเทรนการทำธุรกิจที่ตอบสนองพฤติกรรมผู้บริโภคอาจจะการเปลี่ยนแปลงได้เช่นกัน